อายุ 60 ปีแล้ว เรามีสิทธิอะไรบ้าง? รู้จักสิทธิผู้สูงอายุตามกฎหมายไทย



สำหรับผู้หญิงวัย 50+ การเตรียมตัวเข้าสู่วัย 60 ปีไม่ได้มีเพียงเรื่องสุขภาพหรือเงินเกษียณเท่านั้น อีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าคือ “สิทธิของผู้สูงอายุตามกฎหมายไทย” เพราะเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เราจะมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนจากรัฐในหลายด้าน

พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 กำหนดความหมายของ “ผู้สูงอายุ” ว่าเป็นบุคคลซึ่งมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย

ดังนั้น หากตอนนี้เราอยู่ในวัย 50 กว่า ๆ การรู้สิทธิเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนเรื่องเงิน สุขภาพ การทำงาน และการใช้ชีวิตหลัง 60 ได้ดีขึ้น

1. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินรายเดือนที่ควรรู้ไว้ก่อนอายุ 60

สิทธิที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเป็นอันดับแรกคือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันยังจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุแบบขั้นบันได ดังนี้

อายุเบี้ยยังชีพปัจจุบัน
60–69 ปี600 บาท/เดือน
70–79 ปี700 บาท/เดือน
80–89 ปี800 บาท/เดือน
90 ปีขึ้นไป1,000 บาท/เดือน

ตัวเลขดังกล่าวยังใช้ในการจ่ายเงินปีงบประมาณ 2569 และข้อมูลสำหรับปีงบประมาณ 2570 ที่เผยแพร่แล้วก็ยังระบุอัตราเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม อายุครบ 60 ปีไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันสิทธิกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านด้วย

ที่สำคัญ หลักเกณฑ์ปี 2566 ได้แก้เงื่อนไขส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ “ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติกำหนด” ดังนั้น ผู้ที่กำลังวางแผนล่วงหน้าไม่ควรยึดข้อมูลเก่าเพียงอย่างเดียว ควรตรวจหลักเกณฑ์ล่าสุดอีกครั้งเมื่อใกล้อายุ 60 ปี

2. สิทธิด้านการรักษาพยาบาลและสุขภาพ

พระราชบัญญัติผู้สูงอายุให้สิทธิผู้สูงอายุได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จัดไว้โดยสะดวกและรวดเร็วเป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือจากสิทธิรักษาพยาบาลพื้นฐานที่แต่ละคนมีอยู่ เช่น หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม หรือสิทธิอื่นของรัฐ

สำหรับผู้หญิงหลัง 60 เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะการดูแลสุขภาพจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การตรวจติดตามและป้องกันโรคเรื้อรังมากขึ้น

จึงควรรู้ตั้งแต่ก่อน 60 ว่า สิทธิรักษาพยาบาลหลักของเราอยู่ที่ไหน โรงพยาบาลใด และต้องใช้เอกสารอะไร ไม่ควรรอจนเจ็บป่วยแล้วจึงเริ่มตรวจสอบสิทธิ

3. สิทธิด้านการเดินทาง

ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงมีส่วนลดจากบริการขนส่งสาธารณะบางประเภท

ตัวอย่างเช่น ระบบขนส่งบางแห่งมีส่วนลดค่าโดยสารสำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และบริการบางประเภทของรัฐหรือท้องถิ่นมีมาตรการยกเว้นค่าโดยสารให้ผู้สูงอายุ ทั้งนี้ เงื่อนไขแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ จึงควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนเดินทาง

สำหรับผู้หญิงที่วางแผนใช้ชีวิตด้วยตัวเองหลังเกษียณ เรื่องการเดินทางอาจดูเล็กในวันนี้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น การมีระบบขนส่งที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และราคาไม่สูง จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. การทำงานหลัง 60 และการประกอบอาชีพ

การเป็นผู้สูงอายุไม่ได้หมายความว่าจะต้องหยุดทำงาน

กฎหมายกำหนดเรื่องการส่งเสริมการประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงมี กองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการคุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

เรื่องนี้น่าสนใจสำหรับผู้หญิงวัย 50+ มาก เพราะการเตรียมตัวก่อน 60 ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายเพียงว่า “เกษียณแล้วหยุดทำงาน” แต่อาจเปลี่ยนเป็น “หลัง 60 ฉันจะทำงานแบบไหนที่เหมาะกับวัยและยังสร้างรายได้ได้”

งานเล็ก ๆ ธุรกิจส่วนตัว งานออนไลน์ งานจากความรู้และประสบการณ์ หรือการประกอบอาชีพที่ไม่ต้องใช้แรงมาก อาจกลายเป็นรายได้เสริมที่สำคัญเมื่อรวมกับเงินบำนาญและสวัสดิการอื่น

5. การคุ้มครองเมื่อถูกทอดทิ้งหรือได้รับความเดือดร้อน

อีกสิทธิหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือ การคุ้มครองผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาทางสังคม

กรมกิจการผู้สูงอายุอธิบายว่าความเดือดร้อนครอบคลุมกรณี เช่น ถูกทารุณกรรม ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถูกทอดทิ้ง หรือประสบปัญหาเรื่องครอบครัว ที่พักอาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม

สิทธินี้มีความหมายมากโดยเฉพาะกับผู้หญิงสูงอายุที่อยู่คนเดียว ไม่มีคู่สมรส ไม่มีบุตร หรือไม่มีครอบครัวที่สามารถดูแลได้ เพราะอย่างน้อยกฎหมายได้วางระบบคุ้มครองและช่วยเหลือไว้ ไม่ได้ถือว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุต้องจัดการตามลำพังทั้งหมด

6. สิทธิด้านที่อยู่อาศัยและการดำรงชีวิต

กฎหมายยังครอบคลุมการช่วยเหลือด้านที่พักอาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มตามความจำเป็น รวมถึงการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน

เรื่อง “จะอยู่ที่ไหนเมื่อแก่” จึงควรเริ่มคิดตั้งแต่อายุ 50 กว่า ไม่ใช่รอจนถึงวันที่ไม่สามารถดูแลบ้านหรือเดินทางได้สะดวกแล้ว

สำหรับผู้หญิงที่ตั้งใจอยู่คนเดียวในวัยสูงอายุ อาจต้องคิดล่วงหน้าทั้งเรื่องบ้านที่ไม่มีบันได การเดินทางไปโรงพยาบาล ร้านอาหารหรือร้านค้าใกล้บ้าน ความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในการจ้างคนช่วยดูแลในอนาคต

7. สิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมและใช้บริการของรัฐ

ผู้สูงอายุยังได้รับการส่งเสริมด้านการศึกษา ศาสนา ข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาตนเอง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และการรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิในการได้รับการยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐบางแห่ง และหน่วยงานต่าง ๆ มีมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน

จุดสำคัญคือชีวิตหลัง 60 ไม่ควรถูกมองเฉพาะในมิติของ “คนแก่ที่ต้องได้รับการดูแล” ผู้สูงอายุยังสามารถเรียนรู้ ทำงาน เดินทาง ทำกิจกรรม และมีส่วนร่วมกับสังคมได้

8. เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุ

กฎหมายผู้สูงอายุยังบัญญัติเรื่อง การสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี ไว้ในมาตรา 11 (12) ด้วย โดยกรมกิจการผู้สูงอายุมีการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุ 3,000 บาท สำหรับกรณีที่เข้าเงื่อนไข โดยต้องยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

แม้เป็นเรื่องที่เราอาจไม่อยากคิดถึง แต่การรู้ว่ามีสิทธินี้อยู่ก็ช่วยให้ครอบครัวรู้ว่าจะติดต่อหน่วยงานใดเมื่อจำเป็น

ก่อนอายุ 60 ผู้หญิงวัย 50+ ควรเตรียมอะไรบ้าง?

แทนที่จะรอให้อายุครบ 60 แล้วค่อยเริ่มค้นหาสิทธิ เราสามารถใช้ช่วงวัย 50+ เป็น “สิบปีแห่งการเตรียมตัว” ได้

ลองเริ่มจากตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลและประกันสังคมของตัวเอง วางแผนว่าจะมีรายได้อะไรหลังหยุดทำงาน คิดเรื่องบ้านและการอยู่อาศัย ตรวจสอบหนี้และภาระระยะยาว เก็บเอกสารสำคัญให้เป็นระบบ และติดตามหลักเกณฑ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก่อนถึงปีที่จะอายุครบ 60

เพราะการเตรียมชีวิตสูงวัยที่ดี ไม่ได้หมายถึงการมีเงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่คือการรู้ว่า เรามีเงินจากไหน อยู่ที่ไหน รักษาพยาบาลอย่างไร เดินทางอย่างไร และเมื่อเกิดปัญหาเรามีสิทธิขอความช่วยเหลือจากที่ใด

สรุป

เมื่ออายุครบ 60 ปี คนไทยไม่ได้มีเพียงสิทธิรับ “เงินผู้สูงอายุ” เท่านั้น แต่พระราชบัญญัติผู้สูงอายุได้วางสิทธิไว้หลายด้าน ตั้งแต่สุขภาพ การประกอบอาชีพ การเดินทาง ที่อยู่อาศัย การคุ้มครองเมื่อได้รับความเดือดร้อน ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในสังคม

สำหรับผู้หญิงวัย 50+ วันนี้จึงอาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มเรียนรู้สิทธิเหล่านี้ เพราะเรายังมีเวลาเตรียมชีวิตอีกหลายปี

การเข้าสู่วัย 60 ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่เราเริ่มพึ่งพาคนอื่น แต่อาจเป็นวันที่เราเข้าสู่ช่วงชีวิตใหม่ โดยมีทั้งสิทธิ ความรู้ และแผนของตัวเองรองรับอยู่แล้ว

หมายเหตุ: สิทธิและหลักเกณฑ์ของรัฐสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเงื่อนไขเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านก่อนยื่นขอรับสิทธิ

ความคิดเห็น