อายุ 60+ ยังอยากทำงาน หางานที่ไหน? ช่องทางหางานและสร้างรายได้สำหรับผู้สูงอายุ


การเข้าสู่วัย 60 ปีไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องหยุดทำงาน บางคนยังแข็งแรง อยากมีรายได้ของตัวเอง บางคนอยากทำงานเพื่อพบปะผู้คน ขณะที่อีกหลายคนจำเป็นต้องมีรายได้เพิ่มเติมจากเงินบำนาญหรือเบี้ยยังชีพ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “ผู้สูงอายุยังทำงานได้ไหม?” แต่คือ “ถ้าอยากทำงาน เราจะไปหางานจากที่ไหน?”

ข่าวดีคือ ปัจจุบันประเทศไทยมีช่องทางของรัฐสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการหางานโดยตรง และยังมีทางเลือกในการประกอบอาชีพของตัวเองด้วย

ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการส่งเสริมเรื่องการทำงาน

เรื่องการทำงานของผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงนโยบายส่งเสริมทั่วไป แต่มีฐานอยู่ในพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 โดยมาตรา 11 กำหนดสิทธิของผู้สูงอายุไว้หลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ “การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม”

นั่นหมายความว่าแนวคิดของกฎหมายไม่ได้มองว่าคนอายุ 60 ปีต้องหยุดทำงาน แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุที่ยังมีความสามารถและต้องการทำงานสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้

1. เริ่มต้นที่ “ไทยมีงานทำ” ของกรมการจัดหางาน

ช่องทางแรกที่ควรรู้จักคือระบบ ไทยมีงานทำ — กรมการจัดหางาน

กรมการจัดหางานมีพื้นที่สำหรับ ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ โดยผู้ใช้บริการในกลุ่มนี้ต้องเป็นคนไทยอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และข้อมูลที่ลงทะเบียนจะถูกนำไปใช้ในการหางานและประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของผู้สูงอายุ

ในระบบค้นหางานทั่วไปยังสามารถเลือกตัวกรอง “ยินดีรับผู้สูงอายุ” ได้ด้วย จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประกาศทีละตำแหน่งเพื่อเดาว่านายจ้างรับคนอายุ 60 หรือไม่

นอกจากนี้ยังค้นหางานตามพื้นที่จากแผนที่ได้ ซึ่งน่าสนใจสำหรับผู้สูงอายุ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงาน อาจสำคัญพอ ๆ กับเงินเดือน

2. มีงานสำหรับคนอายุ 60+ จริงหรือ?

มีค่ะ และจากการตรวจประกาศในระบบของกรมการจัดหางาน พบว่ามีตำแหน่งที่ระบุรับผู้สูงอายุจริง

ตัวอย่างประกาศหนึ่งในระบบระบุรับผู้สมัครอายุ 60–75 ปี ในกรุงเทพฯ อัตราค่าจ้าง 21,000 บาทต่อเดือน และไม่กำหนดประสบการณ์ทำงาน

อีกตัวอย่างเป็นงานดูแลผู้สูงอายุที่รับผู้สมัครอายุ 40–65 ปี โดยกำหนดค่าจ้างวันละ 400 บาท และค่าอาหารวันละ 100 บาท

ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนจะหางานที่ได้เงินระดับดังกล่าวได้ทันที แต่แสดงให้เห็นว่า ตลาดงานที่รับคนอายุเกิน 60 มีอยู่จริง เพียงแต่ต้องค้นหาให้ตรงช่องทางและตรงกับความสามารถของเรา

3. อย่าหางานด้วยคำว่า “งานผู้สูงอายุ” อย่างเดียว

นี่เป็นเรื่องที่ผู้หญิงวัย 50+ ควรเริ่มคิดตั้งแต่ก่อนเกษียณ

เมื่อหางานหลัง 60 เราไม่ควรมองตัวเองเพียงว่าเป็น “ผู้สูงอายุคนหนึ่งที่ต้องการงาน” แต่ควรถามว่า

“ฉันทำอะไรเป็น?”

คนหนึ่งอาจเคยทำบัญชี อีกคนเคยขายสินค้า เคยเป็นครู เคยทำอาหาร เคยดูแลเด็ก ใช้คอมพิวเตอร์ได้ พิมพ์เอกสารได้ ทำสวนเป็น เย็บผ้าได้ หรือมีความรู้เฉพาะด้านจากการทำงานมาหลายสิบปี

ระบบไทยมีงานทำเองก็เปิดให้ผู้สมัครระบุ ความสามารถ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจับคู่กับตำแหน่งงาน

ดังนั้น สิ่งที่ควรเตรียมก่อนอายุ 60 คือรายการง่าย ๆ ว่า

“ฉันมีอะไรที่คนอื่นยอมจ่ายเงินให้?”

ประสบการณ์ที่สะสมมา 20–30 ปีอาจมีมูลค่ามากกว่าที่เราคิด

4. ถ้าไม่อยากกลับไปเป็นพนักงานประจำล่ะ?

การมีรายได้หลัง 60 ไม่จำเป็นต้องกลับไปทำงานวันละ 8 ชั่วโมงเหมือนเดิม

บางคนอาจเหมาะกับงานพาร์ตไทม์ งานเป็นครั้ง ๆ งานจากบ้าน งานบริการ งานขายสินค้า หรืออาชีพอิสระมากกว่า

กรมการจัดหางานมีทั้งส่วนค้นหางาน หลักสูตรอบรม ทักษะอาชีพ และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพอิสระอยู่ในระบบเดียวกัน

สำหรับผู้สูงอายุ สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่รายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูพร้อมกันทั้ง สุขภาพ ชั่วโมงทำงาน ระยะทาง ค่าเดินทาง และความเครียดจากงาน

งานเดือนละ 8,000 บาทที่อยู่ใกล้บ้านและทำสัปดาห์ละไม่กี่วัน อาจเหมาะกับชีวิตหลัง 60 มากกว่างาน 15,000 บาทที่ต้องเดินทางวันละสามชั่วโมง

5. อยากทำอาชีพของตัวเอง มีเงินทุนจากกองทุนผู้สูงอายุ

อีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ กองทุนผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์สามารถขอกู้ยืมเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ ประเภทรายบุคคลไม่เกิน 30,000 บาท ผ่อนชำระไม่เกิน 36 งวด หรือ 3 ปี และ ไม่มีดอกเบี้ย

ดังนั้น หากมีทักษะอยู่แล้วและต้องการเงินทุนเริ่มต้นจำนวนไม่มาก เช่น ซื้ออุปกรณ์หรือวัตถุดิบสำหรับประกอบอาชีพ ช่องทางนี้ควรศึกษาก่อนนำบัตรเครดิตหรือสินเชื่อดอกเบี้ยสูงมาใช้

รายละเอียดและคุณสมบัติควรตรวจสอบโดยตรงที่ กองทุนผู้สูงอายุ เพราะการอนุมัติไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ

6. หางานผ่านระบบของรัฐ ไม่ต้องเสียค่านายหน้า

ข้อนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เริ่มหางานผ่านอินเทอร์เน็ต

กรมการจัดหางานระบุชัดเจนว่า การหางานผ่านระบบบริการจัดหางานในประเทศของกรมการจัดหางาน ไม่มีค่าใช้จ่าย และเตือนกรณีสถานประกอบการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ระบบหรือมีพฤติกรรมเป็นนายหน้าหางาน

ดังนั้น หากเจอข้อความประมาณว่า

“โอนค่าสมัครก่อน”
“จ่ายค่าดำเนินการก่อนเริ่มงาน”
“ซื้อชุดอุปกรณ์ก่อนจึงจะรับงานได้”

อย่ารีบโอนเงินเพียงเพราะต้องการงาน

โดยเฉพาะงานออนไลน์และงานจากบ้าน ควรตรวจสอบตัวตนของนายจ้าง ที่อยู่บริษัท ลักษณะงาน และเงื่อนไขการจ่ายเงินให้ชัดเจนก่อนเสมอ

ผู้หญิงวัย 50+ ไม่จำเป็นต้องรอถึง 60 แล้วค่อยหางาน

สำหรับคนที่ยังอยู่ในวัย 50 กว่า ๆ ฉันคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามาก เพราะเรายังมีเวลาทดลองว่า งานแบบไหนเหมาะกับชีวิตในอนาคต

อาจไม่จำเป็นต้องเรียนอาชีพใหม่ทั้งหมด แต่ลองสำรวจว่า ความรู้ ประสบการณ์ หรืองานอดิเรกอะไรของเราที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้

ถ้าคิดว่าจะทำงานต่อหลัง 60 การเตรียมตัวตั้งแต่ 55–59 ย่อมง่ายกว่าการเกษียณแล้วหยุดทุกอย่าง ก่อนจะเริ่มต้นหางานใหม่อีกครั้งเมื่อเงินเริ่มไม่พอ

สรุป — หลัง 60 ยังมีรายได้จากการทำงานได้

อายุ 60 ไม่ได้เป็นเส้นแบ่งว่าจากวันนี้เป็นต้นไปเราจะไม่มีรายได้จากการทำงานอีกแล้ว

เรายังสามารถหางานผ่านระบบของกรมการจัดหางาน หางานที่เปิดรับผู้สูงอายุโดยตรง ทำงานพาร์ตไทม์ ใช้ทักษะเดิมสร้างรายได้ หรือประกอบอาชีพของตัวเองได้

สำหรับผู้หญิงวัย 50+ สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้อาจไม่ใช่ถามเพียงว่า

“เกษียณแล้วฉันจะได้เงินเดือนละเท่าไร?”

แต่ควรถามเพิ่มอีกคำถามว่า

“เมื่ออายุ 60–70 ปี ฉันยังอยากทำอะไร และสิ่งนั้นสามารถสร้างรายได้ให้ฉันได้หรือไม่?”

เพราะรายได้หลังเกษียณไม่จำเป็นต้องมาจากบำนาญเพียงทางเดียว และการมีงานที่เหมาะกับวัยอาจให้มากกว่าเงิน — ทั้งกิจวัตร ความรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า การพบปะผู้คน และความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต

ความคิดเห็น