วิถีชีวิตไทย กับการชะลอวัยที่ผู้หญิงวัย 50+ ทำได้จริง

วิถีชีวิตไทย กับการชะลอวัยที่ผู้หญิงวัย 50+ ทำได้จริง


พูดตรง ๆ เลยนะคะ ตอนอายุ 56 ปีอย่างเรา เราไม่ได้มองหาความเป็นอมตะหรือหน้าเด็กลง 20 ปีอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่อยากได้จริง ๆ คือ ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกดี เดินได้ไม่ปวดเข่า ผิวไม่แห้งจนแตก และมีพลังงานพอที่จะใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น

และพอมานั่งคิดดู สิ่งที่ช่วยได้จริง ๆ ในชีวิตเรา ไม่ใช่อาหารเสริมราคาแพง หรือครีมยี่ห้อหรู แต่เป็นวิถีชีวิตไทยแบบเดิม ๆ ที่คุณยายทำมาตลอดชีวิตนั่นแหละค่ะ

อาหารไทย ดีกว่าที่คิดมากค่ะ

ตอนกระแส Keto หรือ Intermittent Fasting มาแรง เราก็เคยลองทั้งนั้นค่ะ ทั้งงดข้าว ทั้งอดอาหาร 16 ชั่วโมง แต่สุดท้ายร่างกายบอกเองว่าไม่ใช่ทางของเรา กลับมาที่ข้าวกับแกงจืด ต้มยำ ผัดผักแล้วดีกว่าเสมอ

จริง ๆ แล้วอาหารไทยดั้งเดิมนั้นตอบโจทย์วัย 50+ ได้ดีมากค่ะ เพราะ

แคลอรีไม่สูง ข้าวสวยกับแกงจืดเต้าหู้ผักมีแคลอรีน้อยกว่าสเต็กหรืออาหารฝรั่งมาก แถมอิ่มนานกว่าด้วย

มีสมุนไพรต้านการอักเสบ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระชาย ที่อยู่ในทุกเมนูไทย นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้จริง ซึ่งสำคัญมากสำหรับวัยนี้ที่ข้อเข่า ข้อมือ เริ่มบ่นกันแล้ว

ผักเยอะ ยำ แกง ต้ม ผัด ทุกเมนูแทบจะมีผักแทรกอยู่ทั้งนั้น ได้ไฟเบอร์ได้วิตามินโดยไม่รู้ตัว

ไม่ต้องซื้ออาหารเสริมแพง ๆ แค่กินข้าวกล้องแทนข้าวขาวบ้าง เพิ่มผักให้มากขึ้น ลดน้ำตาลและของทอด แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องไปซื้อผงโปรตีนหรือวิตามินราคาหลักพันมาทาน

สิ่งที่เราทำตอนนี้คือกินข้าวกล้องสลับข้าวขาว ดื่มน้ำขิงตอนเช้า และพยายามมีผักทุกมื้อ แค่นี้รู้สึกดีขึ้นจริงค่ะ

เดิน วิธีออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงวัย 50+

หลายคนคิดว่าอายุ 50 กว่าแล้วต้องไปฟิตเนส ต้องยกเวต ต้องวิ่ง แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลยค่ะ

เราเพิ่งกลับมาเดินเช้าอีกครั้งหลังหยุดไปนานมากค่ะ แค่ 3 วันแรกก็รู้สึกว่าหัวใจเบาขึ้น นอนหลับดีขึ้น และอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องทำอะไรมากมายเลยค่ะ

ทำไมการเดินถึงดีสำหรับวัยนี้

ข้อต่อไม่รับแรงกระแทกมาก ต่างจากการวิ่งที่ทำให้เข่าพัง ช่วยเผาผลาญสม่ำเสมอโดยไม่หักโหม ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่วัยนี้เสี่ยงมากขึ้น และที่สำคัญทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย

เป้าหมายที่เหมาะสม นักวิจัยแนะนำว่า 7,000-10,000 ก้าวต่อวันเพียงพอแล้วสำหรับวัยนี้ค่ะ ไม่ต้องฝืนให้ถึง 20,000 ก้าวทุกวัน เริ่มจากน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มดีกว่าค่ะ

เคล็ดลับที่ได้ผลจริงสำหรับเรา เดินตอนเช้าก่อนอากาศร้อน ใส่รองเท้าที่นุ่มรองรับเท้าดี ไม่ต้องรีบ เดินช้า ๆ สบาย ๆ แค่สม่ำเสมอทุกวันก็พอแล้วค่ะ คนไทยสมัยก่อนไม่ได้ไปยิมแต่แข็งแรง เพราะเดินทุกวัน ทำงานบ้าน ทำสวน นั่นแหละคือสูตรที่ดีที่สุดค่ะ

จิตใจ พักผ่อน และการปล่อยวาง สิ่งที่ผู้หญิงวัย 50+ ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด

ถ้าถามว่าอะไรทำให้แก่เร็วที่สุด คำตอบไม่ใช่อาหารหรือการออกกำลังกายค่ะ แต่คือ ความเครียดและการนอนไม่หลับ ค่ะ

วัย 50 กว่าของผู้หญิงเรานั้น มักมาพร้อมกับภาระรอบด้านมากมาย ทั้งเรื่องลูก เรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่จัดการจิตใจให้ดี จะกลายเป็นความเครียดสะสมที่ทำลายสุขภาพทุกอย่างที่เราพยายามสร้างมาค่ะ

นอนหลับให้พอ วัยนี้ต้องการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงเช่นเดิมค่ะ แต่ฮอร์โมนที่เปลี่ยนทำให้นอนหลับยากขึ้น สิ่งที่ช่วยได้คืองดโทรศัพท์ก่อนนอนอย่างน้อย 30 นาที ห้องนอนให้เย็นและมืด และพยายามนอนตื่นเวลาเดิมทุกวัน

นั่งสมาธิทุกเช้า เราเริ่มทำมาสักพักแล้วค่ะ แค่ 30-40 นาทีตอนเช้าก่อนเริ่มวันใหม่ รู้สึกว่าหัวใจสงบลงจริง ๆ ไม่ได้ต้องนั่งสมาธิเก่งหรือทำแบบพระ แค่นั่งเงียบ ๆ หายใจลึก ๆ ปล่อยให้ความคิดผ่านไปโดยไม่ตามมัน แค่นี้ก็ได้ผลแล้วค่ะ

สวดมนต์เช้าเย็น สำหรับเราแล้วการสวดมนต์ไม่ใช่แค่เรื่องศาสนาค่ะ แต่เป็นการฝึกให้จิตใจอยู่กับปัจจุบัน หยุดคิดวนเวียนเรื่องอดีตหรืออนาคตสักพัก แค่นี้ก็ช่วยให้วันนั้นเบาขึ้นมากเลยค่ะ

ปล่อยวาง ไม่ยึดติด นี่คือสิ่งที่ยากที่สุดแต่สำคัญที่สุดค่ะ วัย 50 กว่าเราผ่านอะไรมามากพอแล้ว รู้ว่าอะไรที่ควรปล่อยและอะไรที่ควรเก็บ สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินของคนอื่น ความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต ปล่อยไปได้เลยค่ะ เก็บพลังงานไว้ใช้กับสิ่งที่ทำได้และมีความหมายกับชีวิตจริง ๆ ดีกว่า

สิ่งที่เราทำทุกวันตอนนี้ง่ายมากค่ะ เช้าตื่นมาสวดมนต์และนั่งสมาธิ ระหว่างวันพยายามไม่คิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และก่อนนอนวางโทรศัพท์แล้วนึกถึงสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้นแค่ 3 อย่าง แค่นี้ชีวิตเบาขึ้นมากเลยค่ะ

สรุปจากประสบการณ์จริง: ไม่มีสูตรลับ แค่ทำสิ่งเหล่านี้ทุกวัน

ในวัย 56 ปี สิ่งที่อยากได้มากที่สุดไม่ใช่หน้าเด็กลง 20 ปี แต่คือ ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องกินยาทุกวัน และมีพลังงานพอใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ ค่ะ

และสิ่งที่พิสูจน์ได้จริงจากประสบการณ์ของเราเองคือ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ 5 สิ่งนี้ค่ะ

1. ลดเค็ม ลดหวาน ลดมัน

ฟังดูเบสิกมาก แต่นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดเลยค่ะ เพราะ 3 สิ่งนี้คือต้นตอของโรคที่คนวัย 50+ เจอมากที่สุด ทั้งความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือด และโรคไต

ลดเค็มโดยลดน้ำปลา ซีอิ๊ว และอาหารแปรรูปลงค่ะ ลดหวานโดยเลิกน้ำอัดลม ลดชานมหวาน และขนมหวานจัด และลดมันโดยเลือกต้ม นึ่ง ย่าง แทนการทอดค่ะ ไม่ต้องเลิกทั้งหมดในทีเดียว ค่อย ๆ ลดไปเรื่อย ๆ ก็ได้ผลแล้วค่ะ

2. นอนหลับให้พอทุกคืน

นอนไม่หลับหรือนอนน้อยเป็นปัญหาใหญ่มากของผู้หญิงวัยนี้ค่ะ เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนทำให้นอนหลับยากขึ้น แต่ถ้าปล่อยให้นอนไม่พอสะสม จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ น้ำหนักขึ้นง่าย และอารมณ์แปรปรวนค่ะ

สิ่งที่ช่วยได้จริงคือวางโทรศัพท์ก่อนนอนอย่างน้อย 30 นาที นอนตื่นเวลาเดิมทุกวันแม้วันหยุด และถ้านอนไม่หลับให้ลองนั่งสมาธิสั้น ๆ ก่อนนอนค่ะ

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ไม่ต้องหักโหมค่ะ แค่เดินทุกวันวันละ 30 นาทีขึ้นไปก็พอแล้ว สม่ำเสมอสำคัญกว่าหนักค่ะ เพราะร่างกายวัยนี้ต้องการการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ ไม่ใช่ออกกำลังกายหักโหมแล้วพักนาน ๆ

4. ตรวจสุขภาพประจำปีและฉีดวัคซีน

นี่คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ หลายโรคที่อันตรายในวัยนี้ตรวจเจอได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และรักษาได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ความดัน เบาหวาน ไขมัน ทั้งหมดนี้ตรวจได้ในการตรวจสุขภาพประจำปีค่ะ

และอย่าลืมฉีดวัคซีนที่แนะนำสำหรับวัยนี้ด้วยนะคะ ทั้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และวัคซีนงูสวัดที่แพทย์แนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปค่ะ

5. ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์

ถ้าหมอสั่งยา ให้กินครบตามที่สั่งค่ะ ถ้าหมอบอกให้ปรับพฤติกรรม ให้ทำจริงจัง อย่ารอให้ป่วยหนักแล้วค่อยฟังหมอค่ะ เพราะการไม่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องพึ่งยาทุกวัน นั้นมีค่ามากกว่าสิ่งใดทั้งนั้นในวัยนี้ค่ะ

ไม่มีสูตรลับอะไรเลยค่ะ แค่ลด 3 อย่าง นอนให้พอ เดินทุกวัน ไปหาหมอทุกปี และทำตามที่หมอแนะนำ แค่นี้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้หญิงวัย 50+ ทำได้เพื่อตัวเองค่ะ

ภาษาไทย
สุขภาพผู้หญิง, ผู้หญิงวัย50, วัยทอง, ชะลอวัย, วิถีชีวิตไทย, สุขภาพดี, ลดเค็มลดหวานลดมัน, ออกกำลังกาย, นอนหลับ, ตรวจสุขภาพ, อาหารไทย, นั่งสมาธิ, ปล่อยวาง, สุขภาพวัย50, ผู้หญิง56ปี

ภาษาอังกฤษ
Women50Plus, HealthyAging, ThaiLifestyle, AntiAging, WomensHealth, MenopauseHealth, HealthyWomen, ActiveAging, MindfulLiving, WellnessOver50


ความคิดเห็น